เปรียบเทียบ iPad Air 2 กับ iPad mini 3 ถึงเวลาจับพี่จับน้องมาไฟว์กันแล้ว!

ทีมนักเขียน
Writer By Techaholic
29 ตุลาคม 2557 เวลา 15:48 น.   แท็บเล็ต
1comment
67,617views
7shares
0photos
แท็บเล็ต ฉบับที่ 8

เปรียบเทียบ iPad Air 2 กับ iPad mini 3 ถึงเวลาจับพี่จับน้องมาไฟว์กันแล้ว!

 

บิดไอแพคแอร์2

เรียกว่าไวรัสบิด บิดไอแพคโชว์ว่อนเน็ต เยอะไปไหน?

 

กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของบรรดาผู้จับจ้องสินค้าดิจิทัลของแอปเปิลที่จะต้องบิดโชว์ เฮ้ย..ไม่ใช่ครับ ในการเปิดตัวแท็บเล็ต iPad รุ่นใหม่ประจำปี ที่จะต้องมี iPad รุ่นเล็กอย่าง iPad mini มาร่วมวงเปิดตัวรุ่นใหม่กับเขาอยู่ด้วยเสมอ และในปี 2014 นี้เป็นปีของ iPad Air 2 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เปิดตัวออกมาพร้อมกับ iPad mini 3 ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จดีพอจนแอปเปิลต้องต่อขยายรุ่นมายาวไกลจนถึงรุ่นที่ 3 แล้ว

ทั้ง iPad Air 2 และ iPad mini 3 ดูเหมือนว่าถูกสร้างมาแตกต่างเพื่อจับตลาดกลุ่มคนที่ต่างกัน แต่อันที่จริงแล้วก็มีผู้ใช้เป็นจำนวนมากที่ลังเลใจและเลือกไม่ถูกกว่าจะใช้ iPad ขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็กดี เพราะทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก ทั้งหน้าตา และการใช้งาน จะมีเพียงรายละเอียดสำคัญที่แบ่งแยก iPad ทั้งสองอย่างออกจากกันได้ นั่นก็คือขนาดของหน้าจอ ซึ่งถ้านั่นไม่ใช่ประเด็นที่คุณจะนำมาตัดสินใจเลือกซ้ายหรือขวาล่ะก็ วันนี้เราจะทำการเปรียบเทียบ iPad ทั้งสองรุ่นให้เห็นกันไปเลยครับว่ารุ่นไหนสมควรอยู่ในมือคุณมากกว่ากัน

 

รูปร่างและการออกแบบ:

เรียกได้ว่า iPad Air 2 และ iPad mini 3 โคลนกันมาก็ไม่ผิดนัก เพราะนอกจากขนาดแล้ว รูปร่างภายนอกทั้งหมดก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างกันเลยแม้แต่นิดเดียว! ใช้บอดี้อลูมิเนียมเหมือนกัน ถูกเหลาให้โค้งมนดูนุ่มมือเหมือนกัน ตำแหน่งของปุ่มต่างๆ วางอยู่ในสัดส่วนเดียวกัน มีสีให้เลือก 3 สีคือสีทอง สีเทา และสีเงินเหมือนกัน

 

หน้าจอแสดงผล:

รีวิว iPad Air 2

 

สำหรับ iPad Air 2 มาพร้อมหน้าจอ Retina Display ขนาด 9.7 นิ้วแบบ IPS ใหญ่โตเต็มตาพอสมควร มีความละเอียดอยู่ที่ 2,048 x 1,536 พิกเซล และเพิ่มความพิเศษด้วยเทคโนโลยีใหม่ Fully Laminated Display เพิ่มความบางของหน้าจอด้วยการรวมทุกชิ้นส่วนหน้าจอเป็นชิ้นเดียวกัน ต่างกับ iPad mini 3 ที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 7.9 นิ้ว Retina Display แต่กลับมีความละเอียดเท่ากับ iPad Air 2 เป๊ะ! จึงทำให้เม็ดพิกเซลหนาแน่นกว่าที่ 326 ppi โดยรุ่นพี่ใหญ่มีความหนาแน่นเพียง 264 ppi เท่านั้น

 

ประสิทธิภาพและหน่วยประมวลผล:

ใน iPad Air 2 เลือกใช้หน่วยประมวลผลใหม่ล่าสุดจากแอปเปิลในชื่อ A8X มาพร้อมหน่วยประมวลผลร่วม M8 โดยทำงานบนสถาปัตยกรรม 64-bit ได้สอดคล้องกับตัวระบบปฏิบัติการ iOS 8 ที่ให้มีความเร็วและลื่นไหลที่สุดในกลุ่ม iOS ขณะนี้ ส่วน iPad mini 3 นั้นมาด้อยกว่าก้วยชิพ A7 + M7 แบบเดียวกับที่ใช้ใน iPad Air รุ่นแรก ทำให้ในทางทฤษฎีย่อมมีประสิทธิภาพที่ด้อยกว่า iPad Air 2 แต่ถ้ามองกันในภาพร่วมแล้ว iPad mini 3 ก็ยังคงใช้งานได้อย่างลื่นใหญ่เหมือนเคย

 

กล้อง:

ใน iPad mini 3 มีกล้องที่ด้อยกว่า iPad Air 2 ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นกล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซลเท่ากัน แต่ไม่ได้ใช้รูรับแสง f/2.2 อย่างพี่ใหญ่ หรือกล้องหลังที่มีขนาดเพียง 5 ล้านพิกเซล ในขณะที่ iPad Air 2 มี 8 ล้านพิกเซล ทั้งยังไม่มีโหมดการถ่ายภาพบางโหมดอย่าง Burst Mode (ถ่ายภาพรัวต่อเนื่อง) หรือระบบป้องกันการสั่นไหวขณะถ่ายวิดีโอก็ไม่มีเป็นต้น แต่กล้องของ iPad mini 3 ก็ยังบันทึกวิดีโอในความละเอียด Full HD ได้

 

น้ำหนักความบาง:

iPad Air 2 VS. iPad mini 3:

 

แน่นอนว่า iPad Air 2 หนักกว่า iPad mini 3 แน่นอน ด้วยความใหญ่โตของหน้าจอจึงทำให้ iPad Air 2 ซัดน้ำหนักเข้าถึง 437 – 444 กรัม ส่วน iPad mini 3 เบากว่าเพียง 331 – 341 กรัม ต่างกันในระดับ 100 กรัมที่ผู้ใช้ต้องรู้สึกได้แน่ ส่วนสัดส่วนนั้น iPad mini 3 มีความสูงอยู่ที่ 200.0 มิลลิเมตร กว้าง 134.7 มิลลิเมตร และหนา 7.5 มิลลิเมตร โดย iPad Air 2 ใหญ่กว่าซึ่งมีความสูงอยู่ที่ 240.0 มิลลิเมตร กว้าง 169.5 มิลลิเมตร แต่พี่ใหญ่กับรีดรูปร่างมาได้บางกว่าเพียง 6.1 มิลลิเมตร

 

ฟังก์ชั่น

Apple iPad Air 2

Apple iPad mini 3

คะแนน

Air 2

Mini 3

1. หน้าจอ

- 9.7 นิ้ว Retina Display IPS

- 2,048 x 1,536 พิกเซล 264 ppi

- Fully Laminated Display

- เคลือบป้องกันแสงสะท้อน

- 7.9 นิ้ว Retina Display IPS

- 2,048 x 1,536 พิกเซล 326 ppi

9

8

2. CPU

- A8X

- พร้อมหน่วยประมวลผลร่วม M8 ด้านการเคลื่อนไหว

- A7

- พร้อมหน่วยประมวลผลร่วม M7 ด้านการเคลื่อนไหว

8

7

3. RAM

- ไม่ระบุ

- ไม่ระบุ

-

-

4. ROM

- 16GB / 32GB / 128GB

- ไม่รองรับ microSD

- 16GB / 32GB / 128GB

- ไม่รองรับ microSD

8

8

5. OS

- iOS 8 (64-bit)

- iOS 8 (64-bit)

9

9

6. กล้อง

- กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล F/2.2

- กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล

- กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล

- กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล

7

6

7. แบตเตอรี่

- ใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

- ถอดเปลี่ยนไม่ได้

- ใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

- ถอดเปลี่ยนไม่ได้

7

7

8. ดีไซน์

- บอดี้อลูมิเนียม ดีไซน์เดิม

- บอดี้อลูมิเนียม ดีไซน์เดิม

8

8

9. สัดส่วน

- สูง 240.0 / กว้าง 169.5 / หนา 6.1 มิลลิเมตร

- หนัก 437-444 กรัม

- สูง 200.0 / กว้าง 134.7 / หนา 7.5 มิลลิเมตร

- หนัก 331-341 กรัม

8

8

10. ฟังก์ชั่น

- สแกนลายนิ้วมือ

- ผู้ช่วยอัจฉริยะ Siri

- ถ่ายภาพแบบสโลโมชั่น

- สแกนลายนิ้วมือ

- ผู้ช่วยอัจฉริยะ Siri

 

8

7

ภาพรวม (เฉลี่ย)

8.0

7.6

สรุปเปรียบเทียบ iPad Air 2 กับ iPad mini 3 : iPad Air 2 ได้ 8.0 คะแนน / iPad mini 3 ได้ 7.6 คะแนน

 

iPad Air 2 VS. iPad mini 3:

เกณฑ์การให้คะแนนของผู้เขียนนั้นแต่ละหัวข้อจะมีคะแนนเต็ม 10 และคะแนนที่ให้จะไม่ได้คำนึงถึงตัวเลขสเปคเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงภาพรวมในการใช้งานของฟังก์ชั่นนั้นๆ ด้วย โดยคะแนนที่ได้เกิดจากการเปรียบเทียบระหว่างกัน (ทำให้แต่ละรีวิวอาจมีคะแนนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการเปรียบเทียบ) โดยทุกหัวข้อจะมีเหตุผลประกอบในช่วงท้ายของบทความครับ

แม้ว่า เปรียบเทียบ iPad Air 2 กับ iPad mini 3 อาจจะดูเหมือนจับกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน แต่ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่มีเงินพอสำหรับการถอย iPad สักเครื่องก็คงไม่ได้มานั่งกังวลเรื่องราคาหรือขนาดหน้าจออยู่แล้ว การที่ iPad mini 3 พยายามสร้างความแตกต่างนอกจากขนาดด้วยการลดสเปคต่างๆ นานาลงจากรุ่นหลัก แต่ราคากลับห่างกันแค่ 3,000 บาท (โดยประมาณ) จึงทำให้เป็นเรื่องยากในการตัดสินใจของผู้ใช้ว่าควรซื้อตัวไหนดี

 

ในการเปรียบเทียบนี้จึงต้องขอเชียร์ iPad Air 2 เป็นหลักด้วยคะแนนที่มากกว่าหรืออย่างน้อยที่สุดก็เท่ากันในทุกๆ ด้าน กับขนาดหน้าจอที่ห่างกัน 1.8 นิ้ว น้ำหนักที่มากขึ้นประมาณ 100 กรัม แต่ iPad Air 2 ได้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใช้งานก่อน เว้นเสียแต่ว่าแท็บเล็ตขนาดใหญ่ไม่เหมาะกับชีวิตประจำวันของคุณ คุณก็ต้องเลือก iPad mini 3 อยู่แล้ว

 

เหตุผลในการให้คะแนน เปรียบเทียบ iPad Air 2 กับ iPad mini 3:

1. หน้าจอ: แม้หน้าจอ iPad Air 2 จะใหญ่กว่า แต่ iPad mini 3 กลับทำความละเอียดได้เท่ากัน จึงมีความคมชัดกว่า ถึงกระนั้นจอ iPad Air 2 ก็ใส่เทคโนโลยีที่สูงกว่าจึงทำให้ได้คะแนนมากกว่า

2. CPU: iPad mini 3 ยังใช้หน่วยประมวลผลเก่าเมื่อปีที่แล้วอยู่ ต่างกับ iPad Air 2 ที่ใช้หน่วยประมวลผลใหม่ล่าสุดยิ่งกว่า iPhone 6 ซะอีก

3. RAM: ไม่ระบุ จึงไม่สามารถให้คะแนนได้

4. ROM: ทั้งสองรุ่นมีขนาดให้เลือกเหมือนกันตั้งแต่ความจุต่ำไปจนถึงความจุทะลุหลัก 100 GB และใช้ microSD Card ไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คะแนนไปเท่ากัน

5. OS: ทั้งสองรุ่นใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 8 เหมือนกัน และทำงานบนสถาปัตยกรรม 64-bit เหมือนกัน จึงได้คะแนนไปเท่ากัน

6. กล้อง: กล้อง iPad Air 2 ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรอยู่แล้ว แต่ iPad mini 3 สิไร้ความโดดเด่นยิ่งกว่า!

7. แบตเตอรี่: จำนวนวัตต์ต่อชั่วโมงไม่เท่ากันก็จริง แต่ระยะเวลาการใช้งานยาวนานเท่ากันเป๊ะ

8. ดีไซน์: ทั้งสองรุ่นใช้บอดี้อลูมิเนียมที่ควรจะให้คะแนนในระดับ 9 แต่ต้องถูกตัดคะแนนเพราะยังคงเป็นดีไซน์เดิมๆ หน้าตาเดิมๆ แทบจะไม่พัฒนาอะไรให้ดูแตกต่างไปจากรุ่นก่อนหน้าเลย

9. สัดส่วน: แม้ iPad Air 2 จะใหญ่กว่า แต่ก็บางกว่า iPad mini 3 ซะงั้น โดย iPad mini 3 ก็มีน้ำหนักและความบางสมควรในเกณฑ์พอดี จึงให้คะแนนเท่ากัน

10. ฟังก์ชั่น: iPad mini 3 ถือว่ามีอะไรให้เล่นน้อยกว่าโดยเฉพาะกล้อง ที่ไม่มีความสามารถในการถ่ายภาพรัว หรือภาพสโลโมชั่น

 

 

 

เป็นกำลังใจให้พวกเราง่ายๆ แค่ ชอบกด Like ใช่กด Share ครับ
ที่มา: Apple
แท็ก: แท็บเล็ต
ทีมนักเขียน
Writer "Techaholic "
Techaholic (เทค-อะ-โฮ-ลิค) นักเขียนบ้าพลังไอทีซอร์ฟแวร์ และเทคโนโลยีที่แปลกใหม่ สร้างมุมมองที่แตกต่าง ไม่เลือกข้าง แม้ว่ารูปจะถ่ายที่สํานักงานแอปเปิล แต่สมาร์ทโฟนที่ใช้ก็เป็น Android แท็บเล็ตที่ใช้ก็เป็น iPad คอมพิวเตอร์ก็เป็น Windows 8 และสลับเปลี่ยนระบบปฏิบัติการตามอายุการใช้งาน เพื่อให้เข้าถึงจิตวิญญาณของทุกระบบปฏิบัติการในยุคปัจจุบัน! ครับ
    คะแนนรวม    
  our score8/10
user score6/10  
  คะแนนจากผู้เขียนหรือแอดมิน สมาชิกร่วมให้คะแนน คลิกที่นี้  
ส่งลิงค์ให้เพื่อน (คัดลอกลิงค์นี้)
ความคิดเห็น
โมโม

1399 วันที่แล้ว

ข้อมูลแน่น.....ยอดเยี่ยมไปเลย
StarStarStarStarStar
ความคิดเห็นที่
1
แสดงความคิดเห็น
 
logo weloveWE SMARTPHONE CHANNEL
พบกันที่โลกออนไลน์